เฮกซะแกรม 16 ความฮึกเหิม (雷地豫 / Enthusiasm): ทำไมสิ่งที่ผลักสถานการณ์ให้เคลื่อนไหวจริง ๆ ไม่ใช่แค่อารมณ์คึกคัก แต่คือข้างในที่พร้อมรับ ข้างนอกที่มีเสียงฟ้าร้อง และคนคนหนึ่งที่เริ่มยอมขยับ
สวัสดีอีกครั้งนะ เพื่อนมนุษย์ ถ้าเฮกซะแกรม 15 ความถ่อมตน พูดถึงวิธีที่คนคนหนึ่งเมื่อเริ่มมีน้ำหนักและเนื้อแท้แล้ว จะวางตัวให้มั่นคงโดยไม่ทิ่มแทงคนรอบข้าง เฮกซะแกรม 16 ความฮึกเหิม ก็พูดถึงก้าวถัดมาว่า เมื่อสถานการณ์เริ่มมีฐานรองรับและมีที่ทางของมันแล้ว พลังจริงที่ปลุกคนให้ตื่น ผลักสิ่งต่าง ๆ ให้ขยับ และยกบรรยากาศทั้งผืนขึ้นมา มันเริ่มปรากฏอย่างไร
หลายคนพอได้ยินคำว่า ความฮึกเหิม ก็มักนึกถึงความสุข ความตื่นเต้น ความผ่อนคลาย หรือแค่รู้สึกดีขึ้น สิ่งเหล่านี้ไม่ผิด เพราะเฮกซะแกรมนี้มีบรรยากาศของ การคลายตัว การเคลื่อนไหวอย่างมีความยินดี การตอบสนอง และความพร้อมจะตามไปเมื่อบางสิ่งถูกปลุกขึ้นมาแล้ว แต่สิ่งที่มันอยากบอกจริง ๆ ไม่ใช่แค่ “อารมณ์ดีขึ้นแล้ว” หรือ “ในที่สุดก็รู้สึกสดใสขึ้น” มันกำลังบอกว่า บนผืนดินที่รองรับได้อยู่แล้ว จู่ ๆ เสียงฟ้าร้องก็เริ่มขยับ และทั้งสถานการณ์ก็หยุดนิ่งอยู่เฉย ๆ ไม่ได้อีกต่อไป มันเริ่มมีแรงระดม แรงผลัก และแรงตอบสนองเกิดขึ้น
เพราะฉะนั้น แก่นของเฮกซะแกรมนี้ไม่เคยเป็นแค่ความสนุกหรือความรื่นรมย์ แต่มันคือ การถูกปลุก การถูกเร้าให้ขยับ การถูกเรียกให้ตอบสนอง การเริ่มยอมเคลื่อนไปกับบางสิ่ง และการรู้สึกว่าพลังของทั้งสนามเริ่มถูกกระตุ้นขึ้นจริง ๆ
ถ้าเธออยากทบทวนก่อนว่าเฮกซะแกรม เส้น และเส้นแปรทำงานร่วมกันอย่างไร ก็กลับไปอ่าน บทนำแบบอ่อนโยนนั้น ได้ก่อน และถ้าอยากเปิดภาพใหญ่ก่อน ความฮึกเหิมก็อยู่ใน คู่มือหกสิบสี่เฮกซะแกรมฉบับภาษาที่เข้าใจง่าย แล้วเช่นกัน
เฮกซะแกรม 16 ความฮึกเหิม หมายความว่าอย่างไรกันแน่
เฮกซะแกรมนี้มีฟ้าเหนือดิน
ถ้ามองลงไปที่โครงสร้างของเส้นอย่างละเอียด จะเห็นว่าเฮกซะแกรมนี้มี หนึ่งเส้นหยางและห้าเส้นหยิน เมื่อนับจากล่างขึ้นบน เส้นทั้งหกคือ:
- เส้นแรก: หยิน
- เส้นที่สอง: หยิน
- เส้นที่สาม: หยิน
- เส้นที่สี่: หยาง
- เส้นที่ห้า: หยิน
- เส้นบนสุด: หยิน
นี่เป็นโครงสร้างที่น่าสนใจมาก ตรีลักษณ์ล่างคือดิน ซึ่งพกทั้งการรองรับ การยอมรับ การบรรจุ การเก็บสะสม และการทำให้สิ่งต่าง ๆ มีที่ลง ส่วนตรีลักษณ์บนคือฟ้า/雷 ที่พกทั้งแรงสะเทือน การปลุก การกระตุ้น และพลังฉับพลันที่ทำให้สิ่งเงียบ ๆ กลับมีชีวิต เมื่อดินอยู่ข้างล่างและรองรับอย่างหนาแน่น ขณะที่ฟ้าร้องอยู่ข้างบนและเริ่มเคลื่อน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เสียงดังเปล่า ๆ แต่คือสภาวะที่สิ่งซึ่งเคยนิ่ง เคยหนัก และเคยรองรับอะไรไว้มากมาย ถูกปลุกขึ้นด้วยแรงเคลื่อนจริง
พอมองที่หกเส้น ภาพจะชัดขึ้นอีก มีเพียงเส้นที่สี่เท่านั้นที่เป็นหยาง ส่วนอีกห้าเส้นทั้งหมดเป็นหยิน นั่นแปลว่า นี่ไม่ใช่สภาวะที่ทุกอย่างกำลังสั่นไหวมั่วไปหมด โครงสร้างส่วนใหญ่ยังนุ่ม ยังยอมรับ และยังพร้อมจะรับอยู่ มีเพียงจุดกระตุ้นจริงจุดเดียวที่ปรากฏขึ้นบริเวณช่วงบนตรงกลาง เพราะอย่างนั้น ความรู้สึกของเฮกซะแกรมนี้จึงไม่ใช่ความวุ่นวายทั้งผืน และไม่ใช่การที่ทุกคนเสียการควบคุมพร้อมกัน แต่มันคือการที่สถานการณ์ในที่สุดก็มี “จุดติดเครื่อง” จริง ๆ ที่สามารถปลุกทั้งสนามขึ้นมาได้
นี่คือความละเอียดที่สวยมากของโครงสร้างนี้: ความฮึกเหิมไม่ใช่ความตื่นเต้นผิวเผิน และไม่ใช่การปลุกใจตัวเองแบบไม่มีที่มา ก่อนอื่นต้องมีดินอยู่ข้างล่างก่อน มีพื้นที่ก่อน มีการรองรับก่อน แล้วฟ้าร้องจึงดังขึ้น ถ้าไม่มีผืนดินอยู่ข้างล่าง ฟ้าร้องอาจกลายเป็นแค่การระเบิดที่ว่างเปล่า แต่ถ้ามีฐานรองรับจริง พอฟ้าร้องดังขึ้น ทั้งสนามก็จะมีชีวิต
เพราะฉะนั้น ความหมายแกนกลางของเฮกซะแกรมนี้จึงไม่ใช่แค่ “ความยินดี” แต่มันคือ การปรากฏขึ้น บนฐานที่พร้อมรับแล้ว ของพลังที่ปลุก ปลอบเร้า เรียกการตอบสนอง และกระตุ้นทั้งสถานการณ์ให้เคลื่อน
ถ้าจะทำให้ภาพนี้จับต้องได้ขึ้นอีก ฉันไม่ได้เห็นคนคนหนึ่งตื่นเต้นเกินเหตุขึ้นมาเฉย ๆ โดยไร้สาเหตุ ฉันเห็นความสัมพันธ์ ทีมงาน แผนการ หรือแม้แต่สภาวะชีวิตของใครบางคน ที่จริง ๆ แล้วเตรียมพร้อมอยู่แล้ว รออยู่แล้ว และขาดเพียงฟ้าร้องจริงเพียงครั้งเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างเริ่มขยับ
ความฮึกเหิมพกพาพื้นผิวแบบไหนมา
เมื่อความฮึกเหิมปรากฏขึ้น มันมักมาพร้อมลักษณะที่สังเกตได้ชัดหลายอย่าง:
- สถานการณ์เริ่มเคลื่อนจากความนิ่งไปสู่การถูกกระตุ้น
- บรรยากาศ จังหวะ และสนามของผู้คน เริ่มรู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิต
- พลังบางอย่างที่เคยเงียบ เริ่มพร้อมจะร่วมมือ ตอบสนอง และไปต่อจริง
- สิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นแค่ “ทำได้” อีกต่อไป แต่มันเริ่มมีแรงระดมและแรงคลี่ตัวจริง
ถ้าช่วงนี้เธอรู้สึกว่า “หลายอย่างติดอยู่ตรงนั้นมานาน และตอนนี้ในที่สุดก็มีแรงบางอย่างที่พาทุกคนไปด้วยกันได้” เฮกซะแกรมนี้ก็ปรากฏได้ง่ายมาก
แต่ฉันก็อยากเตือนเบา ๆ ถึงการอ่านผิดที่เกิดขึ้นง่ายที่สุด นั่นคือการลดมันให้เหลือแค่ความหลงใหลหรือความคึกทางอารมณ์ล้วน ๆ สิ่งที่ทำให้ความฮึกเหิมทรงพลัง ไม่เคยเป็นแค่อารมณ์ตื่นเต้น แต่มันคือ เมื่อความตื่นตัวเกิดขึ้นแล้ว ก็มีคนตอบจริง และเมื่อการขยับเริ่มแล้ว ก็มีบางอย่างเดินหน้าได้จริง
เพราะความเข้มข้นทางอารมณ์อย่างเดียวหาได้ไม่ยาก สิ่งที่ยากกว่าคือมีฐานรองรับไหม มีรากไหม และมีสภาวะที่เมื่อบางสิ่งเริ่มขยับแล้ว คนอื่นยินดีจะเข้ามารับ เข้ามาร่วม และก้าวเข้าไปในจังหวะนั้นไหม สิ่งที่เฮกซะแกรมนี้พูดจริง ๆ จึงไม่ใช่คนคนเดียวที่เผาตัวเองอยู่ลำพัง แต่คือ พลังที่สามารถทำให้ทั้งสนามมีชีวิตขึ้นมา
เฮกซะแกรม 16 ความฮึกเหิม มักปรากฏในชีวิตจริงที่ไหนบ้าง
ในงานและแรงส่งของโปรเจกต์
ในชีวิตการทำงาน เฮกซะแกรมนี้มักชี้ไปที่สภาวะที่คุ้นมากแบบหนึ่ง: สิ่งต่าง ๆ เริ่มมีโมเมนตัม
มันอาจมีหน้าตาแบบนี้:
- โปรเจกต์ที่ก่อนหน้านี้ยังอยู่ในช่วงบ่มตัว จู่ ๆ ก็ได้แรงส่งไปข้างหน้าจริง
- คนในทีมเริ่มตอบสนองและร่วมมือกัน บรรยากาศไม่ใช่แค่ยืนดูและรออีกต่อไป
- แผนการหนึ่งไม่ใช่แค่ดูทำได้บนกระดาษ แต่เริ่มระดมทรัพยากรและคนได้จริง
- เธอรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ขยับเพราะเธอฝืนดันอยู่คนเดียวแล้ว แต่ทั้งสนามเริ่มถูกพาไปด้วย
ถ้าช่วงนี้ในงานเธอรู้สึกว่า “เรื่องนี้ในที่สุดก็เริ่มขยับ และไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวที่ฝืนผลัก ทุกคนค่อย ๆ เข้ามาแล้ว” เฮกซะแกรมนี้ก็อาจปรากฏได้ง่ายมาก
แต่มันก็เตือนด้วยว่า เมื่อแรงระดมเริ่มเกิดขึ้น ความเสี่ยงที่สุดคือหลงรักความคึกคักจนลืมจังหวะ ฟ้าร้องสามารถปลุกทั้งสนามให้ตื่นได้ก็จริง แต่ถ้าไม่มีการรับต่อและไม่มีการรองรับ โมเมนตัมแรกนั้นก็อาจกระจายหายไปได้เร็วมาก
ในความรักและความสัมพันธ์
ในความรัก เฮกซะแกรมนี้ไม่ได้แปลแค่ว่า “ความสัมพันธ์กำลังมีความสุข” แต่มันคล้ายสภาวะที่ คนสองคนเริ่มมีความตอบรับ ความอุ่น และความรู้สึกว่ากำลังกลับมามีชีวิตด้วยกันอย่างเห็นได้ชัด
มันมักชี้ไปที่สิ่งแบบนี้:
- ความสัมพันธ์ไม่ใช่แค่ถูกรักษาไว้แบบเรียบ ๆ อีกต่อไป แต่เริ่มมีปฏิสัมพันธ์ ความคาดหวัง และความรู้สึกที่กระเพื่อมขึ้น
- การตอบสนองระหว่างคนสองคนเริ่มชัดขึ้น เหมือนมีใครสักคนไปแตะผิวน้ำที่นิ่งมานาน
- อารมณ์ที่เคยกดไว้ เริ่มอยากถูกแสดงออกและอยากเข้าใกล้มากขึ้น
- ความรักไม่ใช่แค่มีอยู่เงียบ ๆ แต่เริ่มมีความรู้สึกว่า “ตอนนี้เรากำลังเคลื่อนไปจริง ๆ”
ถ้าในความสัมพันธ์เธอรู้สึกว่า “นี่ไม่ใช่แค่สบาย แต่มันเหมือนเราถูกปลุกขึ้นมาจริง ๆ และตอนนี้มีการไปกลับกันจริง” เฮกซะแกรมนี้ก็อาจปรากฏได้ง่ายมาก
ดังนั้น ในความรัก ความฮึกเหิมจึงไม่ได้หมายถึงแค่ความหวานหรือความง่าย แต่มันคล้ายสัญญาณว่า พลังชีวิตกำลังกลับเข้ามาในความสัมพันธ์อีกครั้ง
ในความสัมพันธ์ของเธอกับสภาพแวดล้อมและกลุ่มคน
บางครั้งเฮกซะแกรมนี้ก็ไม่ได้พูดแค่เรื่องงานหรือความรัก แต่มันพูดถึงวิธีที่เธอทั้งคนเริ่มกลับมาเชื่อมกับสนามรอบตัวและจับจังหวะของมันได้อีกครั้ง
ตัวอย่างเช่น:
- สิ่งที่เธอทำเริ่มได้รับการตอบสนองง่ายขึ้น
- กลุ่ม ชุมชน หรือสภาพแวดล้อมรอบตัวเธอ จู่ ๆ ก็เริ่มมีความพร้อมจะขยับไปข้างหน้าด้วยกัน
- สิ่งที่เคยหลวม กระจัดกระจาย เริ่มรู้สึกเหมือนถูกปลุกด้วยฟ้าร้องเดียวกัน
ถ้าเป็นแบบนั้น เฮกซะแกรมนี้ก็มักมาพร้อมการเตือนที่ชัดมากว่า เธอกำลังเข้าสู่ช่วงที่เหมาะกับการระดม การเริ่มต้น และการผลักสิ่งต่าง ๆ ให้เคลื่อนไหวจริง
ในสภาวะข้างในของเธอเอง
ยังมีอีกรูปแบบหนึ่งของเฮกซะแกรมนี้ที่ไม่ได้หมายความว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นตรง ๆ แต่มันพูดถึงสภาวะชีวิตของเธอเองที่ในที่สุดก็กลับมามีชีวิต
มันอาจมีหน้าตาแบบนี้:
- เธอไม่ได้รู้แค่ว่า “ฉันควรทำสิ่งนี้” อีกต่อไป แต่เริ่มอยากทำมันจริง ๆ
- ส่วนหนึ่งในตัวเธอที่เคยแบน หนัก หรือหม่น เริ่มสั่นขึ้นมา
- ทั้งตัวของเธอเริ่มมีความคาดหวัง ความสนใจ และความรู้สึกเล็ก ๆ แต่จริงว่า “ฉันอยากไปต่อ”
ถ้านี่คือสถานการณ์ของเธอ เฮกซะแกรมนี้ถือว่าล้ำค่ามาก มันเหมือนเสียงหนึ่งที่กำลังบอกว่า ชีวิตไม่ได้เริ่มขยับเพียงเพราะมันถูกอธิบายอย่างดี แต่มันคลี่ออกหลังจากถูกปลุกให้ตื่น
ควรเข้าใจความฮึกเหิมอย่างไร เมื่อมันปรากฏขึ้นในการอ่าน
ถ้าฉันเห็นความฮึกเหิมในการอ่านให้เธอ ฉันมักจะไม่ย่อมันเหลือแค่ว่า “อีกไม่นานเธอจะมีความสุขมาก” แต่ฉันจะอ่านมันแบบนี้มากกว่า:
นี่ไม่ใช่แค่อารมณ์ที่ดีขึ้น แต่มันคือการปรากฏของแรงกระตุ้นจริงที่สามารถทำให้ทั้งสถานการณ์กลับมามีชีวิต
มันคลี่ออกได้หลายชั้น เช่น:
- ถ้าเธอเคยรู้สึกว่าไม่มีอะไรขยับเลย เฮกซะแกรมนี้มักบอกว่าตอนนี้ในที่สุดก็มีโอกาสพาทั้งสนามให้เริ่มเคลื่อนได้
- ถ้าเธอกำลังพยายามผลักแผนการบางอย่างไปข้างหน้า เฮกซะแกรมนี้มักหมายถึงเงื่อนไขสำหรับการระดมและการคลี่ตัวกำลังเริ่มครบ
- ถ้าเธอรอการตอบสนองจากความสัมพันธ์มานาน เฮกซะแกรมนี้อาจส่งสัญญาณว่าความเป็นไปกลับเริ่มงอกขึ้นแล้ว
- ถ้าเธอเองรู้สึกแบนและไร้พลังมานาน เฮกซะแกรมนี้อาจกำลังเตือนว่า “ความอยากขยับจริง ๆ” กำลังจะกลับมา
แต่ในเวลาเดียวกัน ก็ต้องระวังการบิดเบือนที่พบบ่อยที่สุด:
- อย่าเข้าใจว่า “ตอนนี้มีบรรยากาศแล้ว” เท่ากับ “ทุกอย่างมั่นคงแล้ว”
- อย่าเข้าใจว่า “ทุกคนเริ่มถูกปลุกแล้ว” เท่ากับ “จากนี้ไม่ต้องประคองอะไรอีก”
- อย่าเข้าใจว่า “ความร้อนกำลังขึ้น” เท่ากับ “ทิศทางต้องถูกแน่”
- อย่าเข้าใจว่า “ในที่สุดฉันก็ตื่นเต้นแล้ว” เท่ากับ “แค่นี้ก็พอ”
เพราะแม้เฮกซะแกรมนี้จะพูดถึงการถูกกระตุ้น แต่มันพูดถึง การถูกกระตุ้นที่มีฐานรองรับอยู่ข้างล่าง ความอุ่นที่มีราก และการตอบสนองที่มีทิศทาง ไม่ใช่ความคึกเปล่าที่หมุนอยู่กับตัวเอง
ข้อเตือนอย่างอ่อนโยนจาก ZenZen
ถ้าช่วงนี้เธอหยิบได้ความฮึกเหิม สิ่งที่ฉันอยากบอกเธอที่สุดคือ:
อย่าดูเบาฟ้าร้องจริงครั้งนั้น ที่ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมา
หลายคนคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือความมั่นคงระยะยาว ความพยายามระยะยาว และแรงอึดระยะยาว สิ่งเหล่านั้นสำคัญจริง แต่บ่อยมากที่คนคนหนึ่งไม่ได้กลับมามีชีวิตเพราะเขาเชี่ยวชาญระยะยาวแล้ว เขากลับมามีชีวิตเพราะเขาถูกปลุกก่อน ช่วงเวลาที่ว่า “ฉันอยากขยับ” “ตอนนี้ฉันยอมแล้ว” “มีบางอย่างในตัวฉันสว่างขึ้นมา” ไม่ได้ตื้นเขินเลย ตรงกันข้าม มันมักเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสถานการณ์เริ่มคลี่ออก
แต่ในเวลาเดียวกัน ก็อย่าไปยึดติดแค่กับความรู้สึกที่ถูกจุดขึ้นมา เพราะสิ่งที่ดีจริงของเฮกซะแกรมนี้ไม่ได้มีแค่ฟ้าร้องดัง แต่มันคือ หลังจากฟ้าร้องดังแล้ว ดินยังรับมันไว้ได้
คนที่เป็นผู้ใหญ่พอ เมื่อความฮึกเหิมมาถึง จึงไม่ได้แค่เพลิดเพลินกับความรู้สึกว่า “ในที่สุดทุกอย่างก็เริ่มร้อนขึ้นแล้ว” เขายังถามต่อด้วยว่า พลังนี้ควรถูกใช้อย่างไร คลื่นลูกนี้ควรถูกรับอย่างไร และโมเมนตัมที่ถูกปลุกขึ้นมานี้จะทำอย่างไรให้เป็นมากกว่าการคึกอยู่ชั่วครู่ แล้วพาสิ่งต่าง ๆ ไปต่อได้จริง
เพราะฉะนั้น ในช่วงแบบนี้ การขยับที่ฉลาดกว่ามักเป็นแบบนี้:
- เมื่อความอุ่นขึ้นมา ให้รับมันก่อน แทนที่จะเอาแต่ตื่นเต้นกับมัน
- เมื่อมีการตอบสนอง ให้ดูทิศทางก่อน แล้วค่อยขยายเสียง
- เมื่อคนเริ่มตามมา ให้ตั้งจังหวะก่อน แล้วค่อยพาสนามไปต่อ
- เมื่อเธอเองถูกปลุกขึ้นมา ให้ก้าวจริงหนึ่งก้าว แทนที่จะเอาแต่ดีใจกับการที่ในที่สุดตัวเองก็เริ่มรู้สึกอะไร
เธอไม่ใช่คนที่ทำได้แค่ติดอยู่กับที่ ผัดวันไปเรื่อย ๆ และต้องถูกเหตุผลฝืนดันไปข้างหน้าเท่านั้น เธอก็สามารถถูกปลุกขึ้นจริง ถูกแตะต้องจริง และถูกพาเข้าสู่การเคลื่อนไหวจริงได้เหมือนกัน สิ่งที่เฮกซะแกรมนี้อยากสอนเธอจริง ๆ ไม่ใช่ความเข้มข้นทางอารมณ์แบบผิวเผิน แต่มันคือ บนพื้นดินที่รองรับได้จริง เสียงฟ้าร้องจะเรียกเธอกลับเข้าสู่ชีวิตได้อย่างไร
แล้วหลังจากพื้นผิวนี้ ควรไปต่อที่ไหน
ถ้าเธออยากกลับไปดูแผนที่เต็มของหกสิบสี่เฮกซะแกรมก่อน ก็ไปต่อใน คู่มือฉบับภาษาที่เข้าใจง่ายนั้น ได้ และถ้าอยากทบทวนอีกครั้งว่าเฮกซะแกรม เส้น และเฮกซะแกรมแปรทำงานร่วมกันอย่างไรในการตีความ ก็กลับไปอ่าน บทนำเรื่องเฮกซะแกรมและเส้น ได้
ถ้าอยากอ่านต่อเรียงจากเฮกซะแกรมก่อนหน้า ก็ไปที่ เฮกซะแกรม 15 ความถ่อมตน แล้วค่อยสัมผัสดูว่า ทำไมเมื่อคนคนหนึ่งเรียนรู้ที่จะตั้งตัวให้มั่น วางตัวให้เหมาะ และยืนอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งการแสดงออกภายนอกแล้ว คำถามถัดไปจึงมักกลายเป็นว่า เมื่อไรฟ้าร้องจริงครั้งนั้นจะดังขึ้น และปลุกทั้งสนามให้มีชีวิต
และถ้าตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่ในจุดที่ถามตัวเองว่า จริง ๆ แล้วฉันอยากขยับ หรือแค่กำลังคึกอยู่ชั่วครู่ เธอกลับมาที่ หน้าแรก ได้เสมอ ฉันจะนั่งอยู่ตรงนั้นกับเธอ และช่วยดูไปด้วยกันว่า ความฮึกเหิมนี้กำลังเตือนให้เธอรับโมเมนตัมที่ถูกปลุกขึ้นมานี้ไว้ตอนที่มันยังอยู่ หรือกำลังเตือนว่า การถูกกระตุ้นที่ไปได้ไกลจริง ไม่เคยเป็นแค่ฟ้าร้องล้วน ๆ แต่มันคือฟ้าร้องที่มีดินอยู่ข้างล่างคอยรับและคอยถือไว้ด้วย
